กวินเอื้อมมือไปประคองขวดน้ำหอมรถยนต์ใต้กระจกมองหลัง
กลิ่นอุ่น สุขุม และหรูหราลอยออกจากฝาไม้ เป็นกลิ่นเดียวกับที่นำเขาผ่านทุกห้องในคฤหาสน์ในฝันหลังนั้น
เขามองชื่อบนขวด แล้วหัวเราะให้ตัวเองเบา ๆ
ที่แท้กลิ่นนี้เอง คงแทรกซึมอยู่ในห้วงความคิด จนพาจินตนาการของเขาไปไกลถึงคฤหาสน์ลึกลับ หญิงสาวในภาพวาด และประตูบานสุดท้าย
กวินปล่อยขวดให้กลับไปแขวนอยู่ที่เดิม ก่อนลองสตาร์ตรถอีกครั้ง
เครื่องยนต์ติดขึ้นทันที ราวกับไม่เคยขัดข้องมาก่อน
เขาเข้าเกียร์และค่อย ๆ ขับออกไปตามถนน สายฝนเริ่มเบาบางลง ความมืดที่เคยโอบล้อมดูเหมือนกำลังถอยห่าง
ขวดน้ำหอมปรับอากาศกลิ่น “วิมานมนตรา” แกว่งเบา ๆ ตามการเคลื่อนตัวของรถ
กวินถอนหายใจอย่างโล่งอก
แต่ขับไปได้ไม่กี่เมตร เขาก็ต้องชะลอความเร็ว
เขาเริ่มสังเกตได้ว่าสองข้างทางไม่ได้เป็นแนวป่าอย่างที่จำได้
มันคือสวนขนาดใหญ่ซึ่งถูกตัดแต่งอย่างประณีต มีรูปปั้นหินตั้งเรียงรายอยู่ใต้แสงโคม และถนนที่เขากำลังขับอยู่ไม่ใช่ถนนสาธารณะ
มันเป็นทางออกจากคฤหาสน์
กวินเหลือบมองกระจกหลัง
เห็นอาคารสูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ปลายถนน ท่ามกลางสายฝนและหมอกสีขาว
หน้าต่างทุกบานมืดสนิท
ยกเว้นห้องหนึ่งที่ชั้นบนสุด ซึ่งมีแสงจากแชนเดอเลียร์ส่องสว่างอยู่
เบื้องหลังม่าน มีเงาของหญิงสาวยืนทอดสายตาอาลัยมองรถของเขาแล่นจากไป
กวินเหยียบคันเร่งโดยไม่หันกลับไปมองกระจกหลังอีก
ขวดน้ำหอมที่กระจกมองหลังยังคงแกว่งไหวไปมาอย่างแผ่วเบา
ราวกับมันรู้ดีว่า—
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดอาจไม่ใช่เป็นเพียงความฝัน
—จบบริบูรณ์—







